|
อ่านแล้วได้ทั้งคติและก็อารมณ์ขัน
... ใส่บาตรวันเกิด
>> เหล้ากินเข้าไปแล้วก็ขาดสติ...มีเรื่องเล่าว่า
>> วันเกิดของผู้ใหญ่
>>ท่านหนึ่งกลางคืนเลี้ยงฉลองร่ำสุรากันเต็มที่..เมาแประ
>> รุ่งเช้าอยากใส่บาตรทำบุญเอาฤกษ์
ขณะตักข้าวจะใส่บาตร
>> ด้วยความเมาทำข้าวหก
>> หมาก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันกินข้าว
กัดกันเจี๊ยวจ๊าว
>> พันแข้งพันขาจนเดินไม่ได้
>> ด้วยความโมโห..
>> เงื้อเท้าเตะหมาเต็มแรง
>> หมามันก็หลบทัน
>> แต่พระหลบไม่ทัน โดนหน้าแข้งเต็มๆ
>> ทั้งๆ ที่ไม่ได้ร่วมแย่งข้าวด้วยสักหน่อยขณะใส่บาตร
>> รู้สึกว่ากับข้าวที่เตรียมไว้ ไม่พอดีกับพระ
>> แกตะโกนเรียกหลานลั่นเลย
>> ..อีหนู เอาปลาทูมาอีกสององค์ วันนี้พระมาสี่ตัว
>>
เหล้ามันทำให้คนกินไม่เป็นผู้เป็นคน..พูดผิด..คิดผิด
>> ยายหนู เอาปลาทูมาให้ลุงอีก 2
องค์ซิ บังเอิญพระมา 4 ตัว
>> เออ เอากับเค้าซิ
รู้ว่ากินเหล้าเข้าไปแล้วทำอะไรผิดๆ
>> เพราะสติมันไม่อยู่กับตัว
แล้วยังจะกินมันอยู่อีกหรือ
.... ของแปลก...
>> แท๊กซี่บางคน อาตมานั่งไปด้วยแล้วรำคาญ มันขี้โมโห
>>หงุดหงิดทั้งวัน
>> วันนั้นนั่งจากหมอชิตไปโรงพยาบาลศิริราช
มันด่าคนไปตลอดทาง
>> ไอ้คนนั้นขับไม่ดีไอ้คนนี้เฮงซวยขับช้า
ไอ้บ้านี่ตัดหน้า
>> ไอ้เปรตนี้หยุดยังไม่เปิดไฟเลี้ยว
>>
มันพูดแต่ว่าแปลกจริง.....แปลกจริง......แปลกจริงทาง
>> ม้าลายมีไม่ข้าม...แปลกจริง
>>เวลาจะเลี้ยวทำไมไม่เปิดไฟเลี้ยว..แปลกจริง
>> ที่ห้ามจอดดันทะลึ่งจอด
>> อาตมาทนรำคาญไม่ไหว ใกล้ถึงศิริราชแล้ว
>> อาตมาถามว่า คุณขับรถมากี่ปีแล้ว
>> หลายปีแล้วครับ
>> ปีหนึ่งๆมีคนมายั่วทำให้โกรธอย่างนี้บ่อยไหมครับ
>> บ่อยครับ..วันหนึ่งหลายสิบครั้ง
>> อาตมาก็เลยบอกว่า มันมีบ่อยๆ
วันละหลายสิบครั้ง....มันจะแปลก
>>ยังไง
>> ของแปลกมันต้องนานๆ เกิดครั้งหนึ่ง
>> วันนี้เกิดบ่อยๆ ยังตวาด
>> อยู่ได้ว่าแปลกจริง...แปลกจริง...อยู่นั่นแหละ
>> มันน่าจะบอกว่า เออ
>> ธรรมดาจริง..บ่อยจริงมากกว่า
... เทศน์ช้าไปหน่อย...
>> วันก่อนอาตมาไปเทศน์ในคุก
>> อาตมาบอกว่า..พวกเราที่มาติดอยู่
>>ในคุกเนี่ย...เราไม่ได้ติดคนเดียวนะ
>> เราเอาพ่อเอาแม่มาติดด้วย
>> พ่อแม่ต้องลำบากตรากตรำ หาเงินมาซื้อข้าวปลาอาหาร
ข้าวของ
>>เครื่องใช้
>> และค่ารถค่าเดินทางที่จะมาเยี่ยมเราทุกอาทิตย์
>>และเรายังทำร้ายจิตใจท่านให้ต้องทุกข์ทรมานตลอดเวลาจนกว่าเราจะพ้นโทษ
>> นักโทษคนหนึ่งมันสำนึกบาป ร้องไห้โฮ อย่างไม่
อายใคร
>> ท่านทำไมเพิ่งจะมาเทศน์ตอนนี้
>> ทำไมท่านไม่เทศน์ก่อน
>> ที่ผมจะทำชั่ว
>> ไอ้พวกนี้..เวลามันทำชั่วทำอะไรไม่ดี
>> มันโยนให้พระหมด
>> อาตมาเทศน์มาตั้งนานแล้ว โยมไปมุดหัวอยู่ที่ไหน
>>ไม่มาฟังเอง
... คิดก่อนจึงทำา ...
>> การให้ทาน...ตถาคตไม่สรรเสริญ...แต่ตถาคตสรรเสริญ
>> คนที่คิดใคร่ครวญดีแล้ว จึงให้
>>
เพราะเมื่อใคร่ครวญแล้วจะไม่มีใครเดือดร้อนจากการให้
>> ที่สุพรรณบุรี
>> มีอยู่ช่วงหนึ่ง
พระพุทธรูปในวัดหายเป็นจำนวนมาก..หลายวัด
>> เสี่ยเจ้าของโรงสี..อดรนทนไม่ได้
>>
หลวงพ่อครับ..ขโมยมันรบกวนพระเหลือเกิน..ผมสงสารท่าน
>> ผมขอถวายปืนให้ท่านกระบอกหนึ่ง
>> มันโง่จริงๆ ไม่รู้เลยว่าอะไรควรถวายอะไรไม่ควรถวาย
>> ตัวมันน่ะไม่เดือดร้อน แต่พระน่ะ..ติดคุกนะ
... โสเภณีที่รัก ...
>>
วันหนึ่งมีคนมานิมนต์ให้ไปเทศน์ให้โสเภณีฟัง
>>ตั้งแต่บวชมา
>> เพิ่งจะเจอครั้งนี้แหละ...มันเทศน์ยากพิลึก
>> พอไปถึง ทุกคน มองพระเหมือนตัวประหลาด..เ ข้ามาทำไมวะเนี่ย
>>
พอนั่งปุ๊บ..มองไปรอบๆ..ไม่มีใครสนใจสักคน....คิดในใจว่า
>> จะเอาสูตรไหนมาเทศน์สู้กับมันดีวะเนี่ย
>> ทำใจดีสู้เสือ..เริ่มต้นคำแรกว่า
>> ..สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง..
ได้ผลแฮะ...ได้ผลดีเกินคาด
>> ทุกคนหันมามอง ตั้งใจฟังหูผึ่งว่าพระจะพูดอะไรต่อ
>> ได้โอกาส..พระเลยปล่อยไม้เด็ดเลย
>>
สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง..ผู้ขายของเก่ากินโดยไม่ต้องลงทุน
>> เมื่อน้องหญิงอยู่ที่บ้าน
>>คนทั่วไปจะเรียกน้องหญิงอย่างยกย่องว่า
>> กุลสตรี ยกย่องว่า เป็นเพศแม่
>> แต่พอน้องหญิงมาอยู่ในสถานที่อย่างนี้
>> ความเป็น กุลสตรี ความสูงส่งของเพศแม่มันถูกทำลายไป
>> เขาเรียกน้องหญิง
>> ว่า...อีตัว....(อันนี้เซ็นเซอร์หรือเปล่าหวา)
>>เวลาเขาจะหาความสุขจากเรือนร่างเธอ..เขามารับเธอไป..เขาไม่ได้พูดให้เกียรติเธอเลย
>> แทนที่เขาจะบอกว่ามาเชิญเธอไป
เขากลับใช้คำว่าหิ้วไป
>> ใช้คำว่า หิ้ว เห็นเราเหมือนเป็ดเหมือนไก่
ไม่ให้เกียรติเราเลย
>> เราน่าจะกลับไปอยู่บ้าน
ใช้ชีวิตทำมาหากินเหมือนเดิม
>> ถึงแม้นจะไม่ร่ำรวย แต่
>>
เราก็อยู่อย่างมีเกียรติ
>> ทุกคนนั่งนิ่ง ทำตาแดงๆ
>> เป็นโอกาสดีของพระแล้วที่จะดึงเธอมาเป็นพวก
>> จึงสนทนา สอบถามเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
>> น้องหญิงหลายคนสักตุ๊กแกไว้ที่ต้นแขน
>> สักทำไมหรือ
>> อ๋อ..เวลาผู้ชายมาใช้บริการรักจะได้จับผู้ชายให้ติด
>> เพราะตุ๊กแกขามันเหนียวเกาะแน่น แกะไม่หลุด
>> โอ..หลักการดี อาตมาเลยแกล้งหยอกไปว่า
>>ตุ๊กแกมันเกาะแต่ผู้ชายอย่างเดียวหรือมันเกาะเอาซุปเปอร์โกโนเลียมาด้วยหรือเป็น
>> ล่า ทุกคนเงียบกริบ
รอยยิ้มเริ่มหายไป
>> บรรยากาศชักไม่น่า ลงทุนแล้ว...อาตมาเลยถามต่อ
>> อ้าว...แล้วบางคนที่สักขอกับเคียวไว้ที่ต้นแขนละ
มีความหมาย
>>ว่าอย่างไรล่ะ
>> ก็เอาไว้เกี่ยวสตางค์จากกระเป๋าคนมาเที่ยวไงเจ้าคะ
>>เออ..คนเรานี่มันโง่ดี..ถ้าสักขอกับเคียวแล้วมันเกี่ยวสตางค์ได้
จริง
>> คนไทยทั้งประเทศไม่ต้องมัวเหนื่อยไปทำมาหากินหรอก
>> สักขอกับเคียวไห้เต็มตัวก็รวยแล้ว
... ล้างแค้น...
>> มือปืนเมืองเพชร...เมาแอ๋เข้ามาหาพระ
>>มันชูปืนขึ้น..แล้วเดินเป๋ไปเป๋มา
>> หลวงพี่เห็นชายอาการท่าทางเมาเดินควงปืนมาแต่ไกล
>> หลวงพี่ก็เลยโดดหลบเข้าข้างเสา
เพราะพระก็เสียวเป็นเหมือนกัน
>>มันบอกว่า..หลวงพี่ต้องเป็นพยานให้ผมด้วย...ไอ้แคล้วมันฆ่าพ่อผมตาย
>> ผมขอสาบานต่อหน้าพระว่า ผมจะต้องล้างแค้น ให้ทาง
>>พ่อผมให้ได้...
ถ้าผมฆ่าไอ้แคล้วไม่ได้..ชีวิตนี้นอนตาไม่หลับ
>> หลวงพี่โผล่ออกมาจากเสา..แล้วบอกว่า
>> สาธุ..ขออนุโมทนา บุญกับโยมด้วยที่คิด จะล้างแค้น
>> คนทั้งศาลาหันมามองหน้าพระเป็นตาเดียว
>> โธ่...ก็มันถือปืนส่ายอยู่อย่างนั้นจะให้พระ
>> ทำยังไง...น่าจะเห็นใจพระบ้างนะ..
>>
อาตมาก็พูดกับมือปืนต่อว่า....ล้าง..หมายถึง..ทำให้สะอาด
>> การล้างแค้นเป็นเรื่องดี เรามีความแค้น
>> แสดงว่า..ความแค้นคือ
มันมาเปื้อนจิตใจเรา..การล้างแค้น...คือ
>> ล้างที่จิตใจของเรา ให้สะอาด
>> ให้ความแค้นมันหมดไปจากใจเรา
>> การไปยิงเขาตายอีก...เป็นการเพิ่มความแค้น
>> ลูกหลานเขาก็ตามจะมายิงมาฆ่า
เราอีก..วนเวียนอย่างนี้ไม่จบสิ้น
>> การล้างแค้น..จึงเป็นการอโหสิกรรม..หมดเวรหมดกรรม
>> อาตมาจึงขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วย
>> พูดเสร็จพระก็หลบไปยืนบังเสาไว้
>> พระไม่กลัวมันหรอก
>> แต่ พระไม่ประมาท
...
เจ๊กหมดทุนเจ๊กหมดทุน
>> มีชายคนหนึ่งอยู่สุไหงโกลก..ชื่ออาฮัง..อาฮังหรือ..เจ๊กฮัง
>> ค้าขายขาดทุนปีเดียวสามสี่แสนบาท
>> ลงทุนทำกิจการอะไรก็ ขาดทุน
>> พอขาดทุนทีไม่เป็นอันทำมาหากินเลย
>> ครั้งสุดท้าย
>>ขาดทุนสี่แสนก็มานั่งทำท่าเหมือนลิงป่วย.....หมดแรง...
>> หมดอาลัยตายอยาก พูดพร่ำอยู่คำเดียวทั้งวัน
อั๊วขาดทุนหมดแล้ว
>> อั๊วขาดทุนหมดแล้วจนญาติๆอั๊ว ระอา
>> ไม่รู้จะทำอย่างไร เลย
>> หามมาส่งที่วัดสวนโมกข์...อาตมาอยู่สวนโมกข์ได้
7ปีพอดี
>> ปรากฏว่ามันก็มานั่งที่ตรงหินโค้ง
>>นั่งเป็นทุกข์ในท่าเจ๊กหมดทุน ท่าเดิม
>> นั่งบ่น..อั๊วเจ๊งหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว
>> อาจารย์พุทธทาสก็เลยเข้าไปถามว่า ฮัง...ลื้อขาดทุนแน่หรือ
>> แน่ซิครับ สี่แสนปีเดียวหมดเกลี้ยง
ผมขาดทุนย่อยยับหมดเลยจ๊ก
>> คิดให้ดี...ขาดทุนจริงๆ นะเหรอ
>> จริงซิครับ...อย่ามาถามยั่วโทสะผมนะ
>> อาจารย์พุทธทาสก็เลยถามต่อว่า...โยมอาฮัง
>> อาตมาเห็นเลย เข้าไปพูดด้วย
>>ที่ลื้อบ่นขาดทุน..ขาดทุนนี่..ลื้อเกิดมาลื้อมีทุนติดตัวมาเท่าไร
>> วันที่ลื้อเกิดมานะ
>>อาฮังนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง..เอ๊ะ..ใครมันจะไปดึงทุนออกมาจากท้องแม่ได้ในวันเกิดนะ
>> พระนี่ถามอะไรแปลกๆ
>> อาฮังตอบว่า ..ไม่มี
>>อาจารย์พุทธทาสท่านก็ถามต่อ...เดี๋ยวนี้หม้อหุงข้าวลื้อมีไหม....
>> หม้อหุงข้าวมี
>> เสื้อผ้ามีใส่ไหม... มี
>> บ้านมีอยู่ไหม
>> มี
>> ถามอะไรต่อมิอะไร..มันก็ตอบว่า..มีๆๆ
>> อาจารย์พุทธทาสท่านจึงบอกว่า
>> อาฮัง...ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอกลื้อมี
>>
อาตมาถามต่อ.........ตัวมีเสื้อผ้าติดมาด้วยหรือเปล่า
>> มีบ้านช่องอย่างนี้ไหม
>> อาฮังได้คิด ตอบว่าไม่มี เกิดมาก็มาตัวเปล่า
>>
อาตมาจึงบอกว่าเกิดมาแต่ตัวที่มีติดตัวอยู่ทุกวันนี้ลื้อว่า
>> ขาดทุนอีกหรือ
>> ลื้อคิดซิว่า ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอก เพียงแต่กำไร
>> มันลดลงไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง
... คุณพระช่วยด้วยหน่อย
...
>> พวกเราชอบอ้อนวอน..ชอบบนบานศาลกล่าวกันจนเคย
>> โดยเฉพาะผู้หญิงขอให้พระช่วยจนติดปาก
เกิดมีอะไรขึ้น
>> หรือตกใจอะไร จะต้องร้องว่า ..คุณพระช่วย..
ทุกครั้ง
>> วันหนึ่ง..อาซิ้มนั่งขายของอยู่ในร้าน
หน้าร้านมีคนมาทำ
>> ความสะอาดท่อ แล้วเปิดฝาท่อทิ้งไว้
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินตกท่อ
>> แล้วตะโกนว่า ...ว้ายคุณพระช่วย...
>> อาซิ้มหัวเราะตัวงอ..แล้วเดินออกมาหาหญิงผู้เคราะห์ร้าย
>> พระช่วยลื้อไม่ล่ายหรอก..เพราะเมื่อเช้านี้พระก็ตก
555555
|